02/07/2022

รวมข่าวกีฬา ข่าวกีฬาวันนี้ ข่าวกีฬาล่าสุด ผลบอล ตารางบอลล่าสุด

อ่านข่าวกีฬา ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก บอลไทย เช็คผลบอล โปรแกรมการแข่งขัน ทั้งไทยและต่างประเทศ ข่าวมวย วอลเล่ย์บอล

ฝ่าวิกฤตผลกระทบสงคราม!!! : หลักสำคัญหลังเกม สิงห์บลู บุกคว้าสามแต้มเหนือ นอริช

สิงห์บลูบุกคว้าสามแต้มเหนือนอริช

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2021/22
คืนวันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม 2022

นอริช 1-3 เชลซี

สนาม: แคร์โรว โร้ด

1. เชลซี จำเป็นต้องวิงแบ็คธรรมชาติเพียงแค่นั้น

สิงห์บลู

เกมนี้เป็นอีกนัดที่ โธมัส ทูเคิล จัดการทดสอบเอานักเตะตำแหน่งอื่นมายืนทำหน้าที่เป็นวิงแบ็คอีกรอบ โดยฝั่งซ้ายใช้งาน ซาอูล นิเกวซ ลงทำหน้าที่แทน มาร์กอส อลอนโซ ที่ติดโควิด ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ย่ำแย่แต่เห็นได้ชัดถึงความไม่เป็นธรรมชาติสำหรับเพื่อการสร้างสรรค์เกมรุกแตกต่างจาก อัซปิลิกวยต้า ฝั่งขวาที่ขึ้นสุดลงสุดอย่างเห็นได้ชัด แถมในครึ่งหลัง นายใหญ่ชาวเยอรมันก็จัดการส่ง รูเบน ลอฟตัส ชีค มาเล่นวิงแบ็คขวาแทน กัปตันเดฟ แล้วก็คล้ายกับ ซาอูล ที่การทำเกมเห็นได้ชัดว่าเน้นย้ำความรัดกุมรวมทั้งแทบไม่มีจังหวะลุ้นเปิดบอลให้เห็นเลยตามธรรมชาติของมิดฟิลด์ตัวกลาง ด้วยเหตุนั่นเองทำให้อาวุธร้ายของ เชลซี ที่เคยมีหายไป เพราะฉนั้นวันนี้ก็เป็นอีกรอบที่ตอกย้ำซ้ำเติมว่ายังไงซะแผนอย่างงี้ควรต้องมีวิงแบ็คธรรมชาติลงทำถึงจะเวิร์ค

2. ฮาเวิร์คซ์ แนวรุกอันดับหนึ่ง

สิงห์บลู1

พูดได้ว่าแต่งตั้งตนเองขึ้นมาเป็นหัวหอกอันดับหนึ่งของทีมได้เป็นที่เรียบร้อยจากผลงานสุดเด่นในระยะหลัง ที่มีส่วนร่วมกับเกมรุกของทีมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะวันนี้มี เมสัน เมานท์ มารอประสานงานเชื่อมเกมกัน ทำให้เกมรุกของ เชลซี ไหลลื่นเนียนตา แตกต่างกับการให้ ลูกากู ที่วันนี้ลงสนามมาเป็นตัวสำรองลิบลับ แถมเกมนี้ก็ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนด้าน แวร์เนอร์ ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงก็เงียบกริบรวมทั้งยังคงฝากผีฝากไข้เอาไว้ไม่ได้อีกเหมือนเคย

3. นอริช อันตรายขั้นสุด

นอริช

จากความพ่ายแพ้ในนัดนี้ทำให้ นอริช ซิตี้ แพ้มาแล้ว 6 เกมต่อเนื่องกันในลีกตกลงไปอยู่อันดับบ๊วยของตารางมีเพียงแค่ 17 คะแนนจากการลงเล่น 28 นัด ซึ่งน่าสนใจตรงที่ทีมอย่าง เบิร์นลีย์ อันดับ 18 รวมทั้ง เอฟเวอร์ตัน อันดับ 17 ที่มีแต้มห่างกัน 4 รวมทั้ง 5 แต้มตามลำดับ แต่ทั้งสองทีมลงแข่งขันน้อยกว่าถึง 2-3 เกม นั่นก็เลยเป็นจุดที่ทีมของ ดีน สมิธ เสียเปรียบกว่าคู่แข่งเพราะไม่เหลือเกมหลงเหลือในมืออีกแล้ว ซึ่งถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ๆ นี้ เราก็คงจะได้เห็น นอริช ซิตี้ กลับลงไปทักทายเพื่อน ๆ ใน เดอะแชมเปี้ยนส์ชิพ ฤดูหน้าอีกรอบอย่างแน่นอน